[รีวิว] La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus คืนหน้าใสให้เยาวชน

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus (40ml, THB960)

The Claims

ที่หนูซื้อมาลองเพราะกำลังมีปัญหาสิว พอหัวสิวหลุดออกก็จะทิ้งรอยแดงๆไว้ ถ้าไม่ทำอะไรทิ้งไว้เฉยๆรอยแดงก็จะกลายเป็นรอยดำขึ้นมา ส่วนตัวถ้าเป็นรอยดำก็จะใช้เวลาสองสามเดือนจนกว่ารอยดำจะหายไปจริงๆ ประกอบกับ Boots กำลังจัดโปรสินต้าของ ราโรช-โพเซย์ อยู่พอดี ราคาลดมานิดหน่อยก็เลยตัดสินใจซื้อมา (นี่คือประเด็นหลัก) และนี่คือเวอร์ชั่น พลัส มันต้องมีอะไรเริ่ดเว่อแน่ๆ (โลจิกดีมาก :stuck_out_tongue:) แบรนด์ลาโรช-โพเซย์วางตัวเองว่าเป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ซึ่งคำว่าเวชสำอางก็ไม่ได้มีความหมายทางการแพทย์ แต่เป็นเพียงศัพท์การตลาด เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้ใช้สกินแคร์เกรดเดียวกับเวชภัณฑ์ มีแพทย์ผิวหนังรองรับอะไรประมาณนั้น อีกจุดขายหนึ่งคือนางบอกว่าใช้น้ำแร่จากบ่อน้ำพุร้อนในฝรั่งเศสที่อุดมด้วยแร่ซีเลเนียม (Selenium) ที่นางอ้างว่าเป็นแอนติออกซิแดนซ์ที่ดี แต่ที่เคลมว่า 1 วันเห็นผลอะไรนั่นก็ฟังดูเกินจริงไปนิดนะ (เห็นจากป้ายที่จุดจำหน่าย)

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

The Ingredients

ส่วนผสมแรกเป็นน้ำ หนูเดาว่าน่าจะเป็นน้ำแร่ดังกล่าวของราโรช-โพเซย์ ที่นางใส่มาในเกือบทุกผลิตภัณฑ์ มีแร่ซีเลเนียมที่เป็นข้อกังขาว่าบางทีก็อาจเป็นพิษได้ แต่ก็มีการศึกษาว่าในปริมาณต่ำสามารถเป็นแอนติออกซิแดนท์ได้ด้วย (ฉะนั้นอย่าเพิ่งตกใจ) ตามมาด้วยเบสซิลิโคนที่เป็นเนื้อของผลิตภัณฑ์ (Dimethicone, Isocetyl Stearate, Isopropyl Lauroyl Sarcosinate) สารออกฤทธิ์หลักคือ Niacinamide หรือไวตามินบีสาม ในผลิตภัณฑ์นี้น่าจะใส่มาเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำจากสิว (แถมเป็นแอนติอกซิแดนท์ได้ด้วย) และถ้าจะให้ได้ผลในการป้องกันการสร้างเม็ดสีควรจะมีความเข้นข้น 5% ตามที่มีการศึกษา (5% สามารถลดการส่งสัญญาณจากเซลล์สร้างเม็ดสีได้ 35-68% แต่ในผลิตภัณฑ์นี้ไม่รู้ว่าใส่มาถึงหรือไม่ แต่ถ้าให้เดาก็มีความเป็นไปได้นะ)  และส่วนผสมที่เป็นสิทธิบัตรของเครือ L’Oreal ที่ชื่อ PROCERAD™  ก็มาด้วยในลำดับกลางๆ PROCERAD™ เป็นชื่อทางการค้าของ Ceramide (2-Oleamido-1,3-Octadecanediol) สารจำพวกลิปิดที่มีอยู่แล้วในผิวของเรา จะช่วยเข้าไปเสริมส่วนที่ขาดให้ปราการผิวของเราแข็งแรงขึ้นด้วย นอกจากนี้นางยังเพิ่มคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วย แถมท้ายมาด้วย Capryloyl Salicylic Acid ที่เป็นสิทธิบัตรของนางเองอีกเหมือนกัน แต่ว่าอันดับรั้งท้ายแปลว่าใส่มาน้อยมาก และต้องการสภาพกรด pH3 ลงไปเพื่อประสิทธิภาพ ดังนั้นถ้าจะใช้ผลัดเซลล์ผิวเป็นตัวหลักเลยคงไม่ได้  ไม่มีสารแอนติออกซิแดนซ์อื่นๆเลยและก็ไม่มีสารกันเสียกลุ่มพาราเบน (Paraben) ด้วย แต่ว่าใส่ Piroctone Olamine เป็นสารต้านเชื้อรา (มักใส่ในพวกแชมพูขจัดรังแค) มาแทนสารกันเสีย

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

The Review

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus ลาโรช-โพเซย์ เอฟฟาลา ดูโอ พลัส (ชื่อเหมือนซีพียูมั้ยคุณ) มาในหลอดพลาสติกดูแพงและดูดีมาก (ก็แพงจริงๆนั่นแหละ) เหมาะสำหรับซื้อมาตั้งประดับบนโต๊ะสวยๆ ปลายหลอดแบบแหลมช่วยควบคุมปริมาณการใช้ได้ง่ายดี (ไม่มีพรวดแหกให้เสียดาย) เนื้อเป็นซิลิโคน (เบสน้ำ+ซิลิโคน) สีขาวขุ่นเกือบทึบ เวลาทาก็ซึบไวเคลือบผิวเป็นฟิล์มนิดหน่อยไม่ถึงกับมันวาว กลิ่นน้ำหอมแต่งมาแบบไม่หอม ออกแนวกลิ่นโรงพยาบาลมาก (สงสัยเพราะนางนี้ดความเป็นเวชสำอาง)

จริงๆแล้วหนูอยากทดลองกับรอยแดงที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ตัวเดียว แต่ว่ามันช่างลำบากในการวบคุมตัวแปรเพราะหนูต้องหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน และในความเป็นจริงไม่มีใครใช้ผลิตภัณฑ์แค่ตัวเดียว (โหยข้ออ้างดีว่ะ) หนูเลยอาศัยการสังเกตภาพรวมดีกว่า สภาพผิวของหนูนั้นมันแผล่บ (แม้ไม่ทำอะไร) ทำให้เป็นสิวบริเวณแก้มและจมูกประจำ เวลาหัวสิวหลุดก็จะทิ้งรอยแดงอักเสบ และจะกลายเป็นรอยดำ (การอักเสบกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเพิ่ม) และพอเป็นรอยดำแล้วอะไรก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น :sob: ต้องไปทำเลเซอร์อย่างเดียว ดังนั้นการป้องกันหรือขัดขวางไม่ให้เกิดเม็ดสีก็เป็นอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจ ดีกว่าไปทำเลเซอร์แพงๆใช่ไหมคุณณณณ เชิญชมรูขุมขนบนแก้มหนู (แง้ :sweat_smile:)

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

จากการทดลองทาหลังจากที่หัวสิวหลุดออก รอยแผลยังแดงๆ ใช้ทุกวันเช้าเย็นในขั้นตอนของมอยเจอร์ไรเซไปจนครบหนึ่งอาทิตย์ พบว่ายังคงเปลี่ยนเป็นรอยดำอยู่ดี ไม่สามารถช่วยชีวิตหนูได้แบบ 100% แต่รอยดำที่เกิดขึ้นจางกว่าที่สังเกตได้จากรอยสิวอื่น (รอยใหม่จางกว่ารอยเก่าอีกนะ) เรียกได้ว่าป้องกันการสร้างเม็ดสีได้ส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปฏิกิริยาการสร้างเม็ดสีของแต่ละคนด้วย (โปรดใช้วิจารณญานและดุลพินิจของท่านเอง) แต่โดยรวมแล้วถือว่าดี อย่างน้อยหนูคิดว่ารอยดำจางๆก็ยังดีกว่าเข้มๆ แล้วค่อยตามด้วยผลัดเซลล์ผิวแป๊ปเดียวก็จางไปหมด

สรุปคือ La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus เป็นสกินแคร์ที่สามารถหวังประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดรอยดำได้ แต่เฉพาะรอยดำที่กำลังจะเกิดเพราะการอักเสบและระคายเคืองจากสิ่งกระตุ้นเช่น สิวอักเสบ และป้องกันการเกิดสิวได้บ้างเล็กน้อย มีสารช่วยผลัดเซลล์ผิวได้อ่อนๆ (เดาว่าอ่อนมากๆ) ซึ่งจะมาช่วยป้องกันสิวอุดตันได้เล็กน้อย มีเนื้อบางเบาไม่มีส่วนผสมที่จะไปอุดตัน ใช้ง่ายและราคาปานกลาง เยาวชนซื้อผักกาดที่ราชบุรีให้สี่ดาว :star::star::star::star: ทั้งนี้ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับลักษณะผิวของแต่ละคนด้วย เรื่องจะแพ้หรือไม่แพ้ก็ต้องไปลองกันเองๆ ที่จุดจำหน่ายมีเทสเตอร์แน่นอน (จงไปลองเอง ด้วยความปรารถนาดีและห่วงใย)

The Conclusion

  1. มี Niacinamide (Vitamin B3) เป็นสารออกฤทธิ์อันดับแรกๆ หวังผลได้ และมีการศึกษารองรับ
  2. หวังผลในการป้องกันการสร้างเม็ดสีได้โดยขัดขวางการส่งสัญญาณไปยังเซลล์ปลายทาง
  3. มี Ceramide ช่วยเสริมสร้างปราการผิว
  4. มี Capryloyl Salicylic Acid (LHA) แต่ความเข้มข้นน้อย
  5. มีน้ำหอมกลิ่นแปลกๆ

 

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

La Roche-Posay: Effaclar Duo Plus

Ingredients: Aqua / Water, Glycerin, Dimethicone, Isocetyl Stearate, Niacinamide, Isopropyl Lauroyl Sarcosinate, Silica, Ammonium Polyacryldimethyltauramide / Ammonium Polyacryloyldimethyl Taurate, Methyl Methacrylate Crosspolymer, Potassium Cetyl Phosphate, Zinc PCA, Glyceryl Stearate SE, Isohexadecane, Sodium Hydroxide, Myristyl Myristate, 2-Oleamido-1,3-Octadecanediol, Nylon-12, Poloxamer 338, Linoleic Acid, Disodium EDTA, Capryloyl Salicylic Acid, Caprylyl Glycol, Xanthan Gum, Polysorbate 80, Acrylamide/sodium Acryloyldimethyltaurate Copolymer, Pentaerythrityl Tetra-Di-t-Butyl Hydroxyhydrocinnamate, Salicylic Acid, Piroctone Olamine, Parfum/Fragrance.

(Source: Niacinamide Vitamin B3Evaluation of anti-wrinkle effects of a novel cosmetic containing niacinamideThe effect of niacinamide on reducing cutaneous pigmentation and suppression of melanosome transferThe effect of 2% niacinamide on facial sebum productionPiroctone Olamine)

Comments