[รีวิว] Garnier: Dark Spot Corrector อะไรดีบุ๋มก็บอกว่าดี

Garnier: Dark Spot Corrector

Garnier: Dark Spot Corrector (50ml, THB299)

The Claims

หลังจากที่หนูเดินวนไนวัตสันจนพนักงานเดินตามนึกว่าหนูเป็นขโมยขโจร ซึ่งไม่จริงค่ะหนูแค่หาสิ่งที่โดดเด่นท่ามกลางหมู่มวลเครื่องสำอางนับพัน และดีพอควรค่าแก่การทดลอง (เหรอ?) และสิ่งนี้เองที่โดดเด่น ด้วยราคาที่กำลังเซล (นั่นไง ซื้อมาเพราะลดราคา) Ganier Dark Spot Corrector ที่เคลมว่าสามารถลดเลือนรอยสิว รอยดำ ริ้วรอยแห่งวัย (ศัพท์ก๊อปปี้โฆษณามั่กๆ) โดยอาศัยไวตามินซี ซึ่งพอเหมาะพอเจาะกับปัญหารอยสิวที่หนูกำลังมีอยู่พอดี รอช้าอยู่ไย ลดราคาก็ซื้อๆมาเถอะค่ะ :laughing:

The Ingredients

มาดูส่วนผสมกันบ้าง ตอนซื้อไม่ได้อ่านละเอียด แต่หนูพยายามเพ่งแล้วค่ะ ตัวฉลากเล็กแบบต้องเอากล้องจุลทรรศณ์อิเล็กตรอนส่อง ส่วนผสมตัวเก็งของนางจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไวตามินซี ซึ่งมาในรูปของ Ascorbic Acid ซึ่งเป็นอนุพันธ์ที่พบได้ทั่วไป ไม่เสถียรเสื่อมสลายง่ายต้องอาศัยความเป็นกรดในการออกฤทธิ์ แต่มีข้อดีสามารถออกฤทธิ์โดยตรงกับผิวได้เลย (ไวตามินซีที่ใช้ในสกินแคร์มีหลายอนุพันธ์ เช่น L-Ascorbic Acid, Ascorbyl Glucosamine, Ascorbyl Phosphate) ประโยชน์โดยทั่วไปของไวตามินซีคือเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจะลดเลือนริ้วรอยบางๆได้ เป็นแอนติออกซิแดนท์ และยับยั้งการสร้างเมลานิน จึงเป็นไวท์เทนนิ่งได้ด้วย จากการศึกษาพบว่าความเข้มข้นที่คาดหวังผลได้อยู่ที่ 5%-10% หนูพยายามหาว่ากานิเย่ตัวนี้ใส่มาเท่าไหร่ทั้งบนกล่องและในเว็บก็ไม่เจอ แต่พอค้นไปเจอรูปแสกนกล่องแพกเกจของรีวิวฝรั่งเค้า มีเขียนไว้อย่างขัดเจนตัวหนาและดอกจันไว้ว่า 5% พอดูลำดับส่วนผสมข้างกล่องก็พอเป็นไปได้ว่าใส่มา 5% เพราะก่อนหน้ามีแค่ น้ำ กับ Glycerin (สารให้ความชุ่มชื้น) เท่านั้นเอง ส่วนประกอบอื่นๆมี Salicylic Acid หรือ BHA แต่คงใส่มาแบบ 0.01% คือน้อยเกินจะหวังผลว่ามันจะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้ มีสารสกัดจากมะนาว ใส่มาเป็นแอนติออกซิแดนท์หรือเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ดูดีก็ไม่รู้ พ่วงท้ายขบวนด้วยน้ำหอมและสารกันเสียหลายตัว

Garnier: Dark Spot Corrector

The Review

นางระบุว่านางเป็น Daily Illuminating Serum หรือซีรั่มเพื่อความบลิ๊งส่องประกายรายวัน (แปลทำไม? :sweat:) ซีรั่มนางมาในบรรจุภัณฑ์อันแข็งแกร่งเป็นหลอดโลหะ ธีมสีส้มพยายามพรีเซนต์ความเป็นไวตามินซีสุดฤทธิ์ ฝาซีลมาอย่างดีต้องเจาะซีลฟอล์ยด้านในก่อนถึงจะเริ่มใช้ได้ ที่นางทำมาแบบนี้ก็เพราะว่าไวตามินซีเมื่อสัมผัสอากาศหรือแสงแล้วจะเสื่อมสภาพไปไวมาก ทำมาแบบนี้ถือว่าโอเคเลยนะ :heart: ตัวซีรั่มสีออกเหลืองอ่อนๆ ไม่ข้นมาก ลงหน้าก็พอเบาๆไม่หนักอะไร ควรใช้เป็นตัวแรกๆก่อนสกินแคร์ตัวอื่นๆเพราะว่าถ้าลงหลังๆอาจจะซึมเข้าผิวไม่หมด ตกค้างบนผิว (เจอตอนเช็ดหน้า โว้ยยย เป็นคราบเหลืองๆ พอจัดลำดับใหม่ก็ไม่เป็นละ) ใช้ทุกวันก็เห็นผลในเรื่องความกระจ่างใสและรอยสิวเล็กน้อย ผิวคงไม่ขาวขึ้น แต่ว่ารอยก็จะจางลง (ทั้งนี้ทั้งนั้นโดยธรรมชาติรอยสิวจะจางลงไปตามเวลาเองอยู่แล้ว) ต้องสังเกตมากกว่าหนึ่งเดือนขึ้นไปถึงจะเห็นผลชัดเจน และการที่ไวตามินซีในรูป Ascorbic Acid ต้องใช้สภาพความเป็นกรดในการทำงาน ถ้ามีสกินแคร์ที่เป็นด่างอาจจะเกิดการหักล้างไป (เหมือนไพ่ป๊อกเด้งเลยค่ะ โบ๋) ทำให้ไม่ได้ผล และทุกๆครั้งที่เปิดใช้ (เช้าเย็น) จะสังเกตเห็นว่าตัวซีรั่มที่บีบออกมาจากปลายหลอดมีการเปลี่ยนสีเข้มข้นเล็กน้อย (เฉพาะปลายปากหลอด) ถ้าไม่ได้ใช้สักวันสองวันจะเห็นชัดว่าเหลืองขึ้นมาก หนูก็เลยรีบใช้บีบแบบไม่กลัวเปลืองกลัวเสื่อมสภาพก่อน (ข้างกล่องระบุว่าการเปลี่ยนสีไม่มีผลต่อประสิทธิภาพ แต่หนูว่ามีแน่ค่ะ :cold_sweat:) ไวเทนนิ่งไวตามินซีความเข้มข้น 5% (จากการคาดคะเน และรูปกล่อง) กับราคาย่อมเยาว์มีลดราคาอีก ถือว่าคุ้มค่าอยู่นะ เยาวชนต้มแกงไก่โดยไม่ใส่รสดี ให้สี่ดาว :star::star::star::star:

The Conclusion

  1. นางเป็นสกินแคร์ไวตามินซีที่ถูก (หายากที่ใส่มาเป็นส่วนผสมหลัก)
  2. บรรจุภัณฑ์ดี ป้องกันการเสื่อมของไวตามินได้ (แต่ก็มีเสื่อมอยู่ดี)
  3. มีการศึกษารองรับผลของไวตามินซีต่อผิว
  4. เปิดใช้แล้วไม่ควรทิ้งไว้นาน มันจะเสื่อม
  5. มีน้ำหอมกลิ่นชัดมาก :dizzy_face: ไม่ชอบด้วย

Garnier: Dark Spot Corrector

Garnier: Dark Spot Corrector

Ingredients: Aqua/Water, Glycerin, Ascorbic Acid, Hydrogenated Polyisobutene, Cyclohexsiloxane, Potassium Hydroxide, Dimethicone, Sodium Styrene/MA Copolymer, PEG/PPG-18/18 Dimethicone, Carbomer, Sodium Hydroxide, Alcohol, Nylon-12, Disodium EDTA, Hydroxyethylpiperaxine Ethane Sulfonic Acid, Citrus Medica Limonum Extract/Lemon Fruit Extract, Biosaccharide Gum-1, Xanthan Gum, Gentiana Lutia Extract/Gentiana Lutia Root Extract, Acrylates/C10-20 AlKyl Acrylate Crosspolymer, Tocopheryl Acetate, Sodium Methyparaben, Salicylic Acid, Phenoxyethanol, Linalool, Geraniol, Limonene, Citral, Benzyl Alcohol, Benzyl Salicylate, Parfum/Fragrance.

(Source: Use of topical ascorbic acid and its effects on photodamaged skin topography, Final report of the safety assessment of L-Ascorbic Acid, Calcium Ascorbate, Magnesium Ascorbate, Magnesium Ascorbyl Phosphate, Sodium Ascorbate, and Sodium Ascorbyl Phosphate as used in cosmeticsVITAMIN C (ASCORBIC ACID))

Comments