[บันทึก] ฮอกไกโด ซัปโปโร สวนลาเวนเดอร์ที่ฟุราโนะ และโตเกียวแบบรวดรัดตัดจบ

หนูบอกเลยค่ะว่าทริปนี้เป็นต่างประเทศทริปแรกที่ไปกับครอบครัวและคงจะเป็นทริปสุดท้ายที่ลากแม่เดิน (สงสารหญิงแม่เพราะเหนื่อยเกิ๊น) เป้าหมายหลักคือไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ให้เห็นประจักษ์แก่สายตาว่าสวยแบบในรูปจริง และที่เหลือเป็นเป้าหมายรองชิลๆ เงื่อนไขในการแพลนทริปมีมากมายหลายสิ่ง เช่น ช่วงเวลาที่ดอกลาเวนเดอร์จะบานเต็มสวน วันลาของหนูและพี่ งบประมาณ และการจองตั๋วต่างๆ

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน จะเป็นช่วงที่ทุ่งลาเวนเดอร์จะบานเท่านั้น คือถ้าไปเดือนอื่นก็จะไม่มีเลย ในเว็บของสวนจะคอยรายงานว่าดอกไม้บานรึยัง แต่นั่นไม่ช่วยอะไรค่ะ เพราะจะต้องจองตั๋วบินก่อนเป็นเดือนๆ ไม่งั้นเต็มและแพง เพราะฉะนั้นเพื่อความเซฟว่าดอกไม้จะบานชัวร์ ควรจะเลือกช่วง กลางกรกฎา ไปจนถึงกลางเดือนกันยา หนูเลยจองตั๋วบินไปวันที่ 17-23 กรกฏาคม กะเอาว่าดอกไม้บานใหม่ๆยังไม่เยิน 🙂

เรื่องตั๋วบินเท่าที่หนูเห็น มีแค่การบินไทยที่บินตรงจากสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินชิโตเสะ (New Chitose Airport, 新千歳空港) และเวลาบินกลางคืนถึงตอนเช้า (Thai Airways เที่ยวบิน TG670 ออกจากสุวรรณภูมิ 11.45 PM ถึงชิโตเสะ 8.30AM) สามารถเที่ยวได้เลย และแพลนว่าดูดอกไม้เสร็จ (เอาใจแม่) จะบินแบบโลว์คอสไปโตเกียว (JetStar เที่ยวบิน GK100 ออกจากชิโตเสะ 8.45AM ถึงนาริตะ 10.30AM เพื่อช้อปปิ้ง (เอาใจพี่สาว) และกลับกรุงเทพ (Thai Airways เที่ยวบิน TG677 ออกจากนาริตะ 5.25PM ถึงสุวรรณภูมิ 9.55PM) ส่วนที่เที่ยวอื่นๆเป็นเป้าหมายรอง ไปไม่ถึงก็ช่างมัน 555+ ส่วนการเดินทางอื่นๆจะใช้รถไฟกับเดิน (จนขาลาก) และคำนวณคร่าวๆแล้วว่าไม่ต้องซื้อ JR PASS Hokkaido เพราะเดินทางไม่เยอะจ่ายครั้งต่อครั้งถูกกว่า แต่เรื่องความสะดวกอาจจะน้อยกว่าใช้พาสเพราะต้องคอยซื้อตั๋วทุกรอบ

เกตทำไมอยู่สุดทางแบบนี้ล่ะคะ?
เกตทำไมอยู่สุดทางแบบนี้ล่ะคะ?

Day 1

พอถึงสนามบินปั๊บก็พร้อมเที่ยวได้ทันทีเลยค่ะ เอากระเป๋ามาแล้วก็ไปฝากไว้ที่ล๊อกเกอร์หรือที่เคาเตอร์ฝากของได้เลยค่ะ ฝากสิบโมงเลยบอกไปว่าเที่ยงๆจะมาเอา เพราะที่ชั้นสามมี Doraemon Waku Waku Skypark, Royce’ Chocolate World, Steiff Nature World กับร้านขนมและร้านอาหารของฝากบานตะไทตะไบกรรไกรที่ชวนให้เสียเวลากันเป็นชั่วโมงๆ แต่ขอตรงไปที่โดราเอมอนก่อนเพราะชอบสุด ฮ่าๆ ถ้าจะเข้าไปข้างในจะต้องเสียค่าเข้า ¥600 แต่ว่าเจอร์ทัวร์จีนล้งเล้งๆลงพอดีเลยตัดสินใจไม่เข้าไป เพราะเราสู้พวกนางไม่ได้แน่นอน เสียงล้งเล้งออกมาถึงข้างนอกขนาดนี้เยาวชนไทยขอบายค่ะ ตามทางเดินมีร้านขายสินค้าโดราเอมอนสารพัดสิ่ง ทุกสิ่งนั้นน่ารักมากพอจะดูดเงินจากกระเป๋าเรา แต่ว่าทริปยังเพิ่งเริ่มต้น วิญญานักช้อปยังไม่ตื่นเราต้องประหยัดเงินไว้ก่อน อื่นๆคือสนามเด็กเล่นที่จำลองฉากสนามเด็กเล่นในการ์ตูนมา และห้องสมุดที่รวมหนังสือโดราเอมอนภาษาต่างๆไว้ (มีภาษาไทยด้วยนะ!) และที่เป็นไฮไลท์คือคาเฟ่โดราเอมอนที่หนูลงมติแล้วว่ามุ้งมิ้งมากต้องไปโดน (มติเอกฉันท์หนึ่งเสียงจากหนึ่งเสียงทั้งหมด)

แต่ด้วยความที่ยังใหญ่กะญี่ปุ่น หนูกลัวจะตกรถไฟอดเข้าเมืองจนต้องเฉาตายในสนามบิน เลยแล่นไปซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเข้าเมืองซัปโปโร (¥1070 แบบไม่จองที่นั่ง) โอ้ยง่ายแสนง่ายกดไม่กี่ที่ก็ได้ตั๋วมาสามใบง่ายกว่าหยอดเหรียญบีทีเอสบ้านเราอีก แต่อ้าว เอ๊ะ ทำไมไม่มีเวลาบนตั๋ว แล้วฉันจะนั่งรอบไหน? คือแสดงอาการบ้านนอกสุด ลงท้ายไลน์ไปถามเพื่อนก็สรุปว่า นั่งรอบไหนก็ได้นี่มันเป็นเรื่องธรรมดาของตั๋วรถไฟนะยูวววว หมดเรื่องหมดราวแล้วหนูขอเดินเล่นต่อค่ะ

Japan Hokkaido Tokyo
สนามเด็กเล่น
Japan Hokkaido Tokyo
ห้องสมุดที่มีแต่โดราเอมอน
Japan Hokkaido Tokyo
คาเฟ่ธีมโดราเอมอน

ในคาเฟ่ก็จะมีเมนูขนมกับน้ำและกาแฟ เราต้องเดินไปสั่งที่แคชเชียร์และจ่ายเงิน แล้วรอมาเสริฟ (หรือไม่เสริฟก็ไม่รู้ เพราะคนน้อยและเราหน้ามึน เค้าเลยเอามาเสริฟมั้ง) มุ้งมิ้งสุดคือไทยากิรูปโดราเอม่อนที่ตัวเป็นปลา ฮ่าๆๆ น่ารัก คิดได้ยังไง และหนูสั่งลาเต้ร้อน ที่โรยผงโกโก้เป็นรูปโนบิตะบนฟองนม (สั่งมาเพื่อถ่ายรูปจริงๆ) น่ารักแล้วก็อร่อยจริงๆ แล้วก็มีเมล่อนโซดาที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา (ก็มันธรรมดาๆ)

Japan Hokkaido Tokyo
แฮร่ เอาแต่ถายรูปจนไทยากิเย็นหมด แงแง

เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอ Royce’ Chocolate World ที่โชว์เครื่องจักรทำช็อคโกแลตแบบต่างๆ และแน่นอนมีให้เสียตังซื้อขนม กับของที่ระลึก พวกญี่ปุ่นนี่เก่งจิงเรื่องล่อหลอกให้เราสมยอมที่จะเสียงตังแต่โดยดี :astonished: ยังไม่ทันออกจะสนามบินก็สามารถหมดตัวได้ แต่หนูยังมีสติเดินออกจากร้านทันค่ะ ถัดไปอีกนิดเป็น Steiff Nature World ที่ต้องเสียตังเข้าไปค่ะ ตุ๊กตาสัตว์น่ารักหน้าเอ๋อทั้งหลายรออยู่ข้างใน อันนี้ก็ไม่ได้เข้าไปเหมือนกัน เพราะดูไม่ค่อยได้รับความนิยม พนักงานยืมยิ้มเหงือกแห้งเลยค่ะ

Japan Hokkaido Tokyo
มองอัลไล?
Japan Hokkaido Tokyo
พี่หมีดูเอ๋อมาก ไม่พูดจากับหนูเลย
Japan Hokkaido Tokyo
อ่ะซื้อๆๆๆ
Japan Hokkaido Tokyo
พนักงานมองหวังว่าเราจะจ่ายตังซื้อตั๋วเข้า ขอโทษด้วย

ลงไปข้างล่างจะเป็นโซนของกินบะเริ่มเทิ่ม มีทั้งของคาวของของหวาน ปูสดๆก็มี :frowning: ร้านขนมนี่เยอะมหาศาลกินไปทั้งแถบ ของขึ้นชื่อทั้งหมดของฮอกไกโดซื้อได้ที่นี่ ของฝากก็ราคาเท่ากับข้างนอก และชีสเค้ก Snaffle’s ก็มีที่สนามบินนี้เท่านั้น (มั้ง?) ซื้อมาจะเก็บได้หกวันในที่เย็น มันนุ่มและอร่อยมาก :yum: (ขออภัยไม่มีรูป)

เวลาเกือบเที่ยงและก่อนที่จะสิ้นเปลืองเวลากะที่นี่มากเกินไป หนูต้องตั้งสติถอดจิตดึงตัวไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้แล้วไปขึ้นรถไฟ ฮอกไกโดไม่ได้มีแค่สนามบินนะเธอว์ ไปที่อื่นบ้าง รถไฟ JR Rapid Airport เข้าเมืองฮอกไกโดมีทุกสิบห้านาที ใช้เวลาประมาณ 36 นาที (ไม่ต้องประมาณก็ได้เพราะรถไฟเค้าตรงเวลาเป๊ะตลอด)

Japan Hokkaido Tokyo
หน้าสถานี Sapporo แดดเปรี้ยง

สถานี Sapporo เป็นเหมือนอนุสาวรีย์ชัยของเราที่ฮอกไกโด จะไปไหนหนูต้องมาเริ่มที่นี่เหมือนเป็นหลักกิโลที่ศูนย์ มีทั้งรถไฟบนดินใต้ดิน ห้าง Esta, Apia, Daimaru รับรองว่าไม่อดตาย และที่พักก็อยู่ใกล้แบบเดินถึง

Japan Hokkaido Tokyo
คนที่นี่แต่งตัวสีสุภาพแบบ น้ำเงิน เทา ขาว ดำ ซึ่งหนูก็ดูกลมกลืนเป็นอย่างดี

ที่พักที่ซัปโปโรของหนูคือ Hotel Monterey Sapporo :star::star::star::star: จองจากอโกด้าโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะเห็นว่าใกล้ดีและคะแนนรีวิวโอเค พอเข้าไปก็ต้องช็อคค่ะ เพราะสวยมากกกกกกก ภาพภายในจงไปดูในอโกด้า เพราะมืดมากกล้องถ่ายออกมาเหียกหมด

Japan Hokkaido Tokyo
Hotel Monterey Sapporo อยู่ตรงสี่แยกเลย
Japan Hokkaido Tokyo
ลานกลางโรงแรม ซึ่งสวยมาก สวยกว่าหนูอีก :scream:

แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเช็คอิน หนูเลยฝากกระเป๋าไว้กับรีเซปชั่นสุดหล่อ (ขุ่นพี่ว่างั้น) แล้วออกไปเที่ยวกันก่อน เริ่มจากเดินกลับไปที่หลักกิโลที่ศูนย์ของเราค่ะ พอมาถึงสถานีซัปโปโรแล้วสิ่งที่ควรทำคือซื้อตั๋วรถไฟสำหรับไปชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ล่วงหน้า เพราะถ้าเต็มขึ้นมมาแพลนจะพังเอาได้ โชคดีที่ตอนที่ไป (18 ก.ค. 2014) มีโปรโมชั่นตั๋วเหมาสำหรับไปดูลาเวนเดอร์โดยเฉพาะ ราคาแค่ ¥5500 ต่อคน และถ้าจองที่นั่งเพิ่มอีก ¥750 (จองที่นั่งจะได้ตั๋วระบุเก้าอี้ ถ้าไม่จองต้องไปนั่งโบกี้ Non-reserved อาจเต็มจนต้องยืน) จองรอบ 9.05AM วันที่ 20 ก.ค. ตั๋วนี้สำหรับนั่งรถไฟขบวน Lavender Express ที่วิ่งยิงยาวไปสถานีฟุราโนะ (Furano) และใช้รถไฟท้องถิ่นได้ไม่จำกัดเที่ยว และรวมรถไฟขากลับซัปโปโรด้วย ซึ่งคุ้มมาก ไม่งั้นอาจจะต้องเสียอย่างต่ำๆ ¥8000 ขึ้นไป และจองรถทัวร์ Twinkle Bus เพื่อไปชมสวนดอกไม้ที่บิเอ Biei) คนละ ¥550  ดูรายละเอียดที่เว็บ www.lavenderfurano.com ทั้งหมดนี้จองได้ที่ JR Ticket Counter (ป้ายเขียวๆ Midori no Madoguchi) หนูเจอคุณลุงใจดีขายตั๋วแม้ว่าลุงจะไม่สันทัดภาษาอังกฤษแต่ลุงก็เต็มที่กับการอธิบายและบริการด้วยใจยิ่งกว่านางสาวไทยสี่สมัย

เหลือเวลาครึ่งวันหนูแพลนว่าจะเที่ยวในซัปโปโรก่อนค่ะ ก่อนออกเดินทางขอฝากท้องไว้ที่ชั้น10 ห้าง Esta ที่อยู่ติดกับสถานี มี Ramen Republic (札幌らーめん共和) ที่รวมร้านราเมนอร่อยทั่วฮอกไกโด มีร้านอาหารอื่นๆอีกแต่หนูเลือกร้านหมูทอดร้านนึง (ชื่อร้านก็ไม่รู้) เห็นเราเป็นต่างชาติก็ใจดีเอาเมนูภาษาอังกฤษมาให้ เลยสั่งคนละจานเป็นหมูทอดแกงกะหรี่ หมูทอดซอสมิโสะ และหมูทอดธรรมดา น้ำเป็นชาข้าวแก้เลี่ยน หมูทอดอร่อยดีค่ะทอดกันใหม่ๆให้เรารอจนหิว เสร็จแล้วขึ้นรถไฟใต้ดิน (Subway) Tozai Line ไปสถานี Miyanosawa Exit 2 จากทางออกหันซ้ายเดินไปจนถึงแยก แล้วเลี้ยวซ้ายเดินยาวๆไป จะมองเห็นป้าย Chocolate Factory อยู่อีกปลายถนน ชื่อเต็มคือ Isshiya Chocolate Factory (白い恋人パーク)

Japan Hokkaido Tokyo
ยืนตรงนี้กลิ่นหวานๆมาเล

ข้างในเป็นสวนน่ารักและมุมถ่ายรูปเยอะ แจ็กพอตที่แบตกล้องหนูมาตายเอาตรงนี้พอดี ที่หอนาฬิกาทุกชั่วโมงจะมีตุ๊กตาออกมาเล่นเพลงให้ดูเพลินๆ แต่หนูว่ามันไม่มีอะไรเท่าไหร่แค่น่ารักๆ เลยเข้าไปเดินชมโรงงานผลิตช็อกโกแลต เสียเงินค่าเข้า 600 มั้ง แถมขนมหนึ่งชิ้นให้ลองกิน ข้างในมีจัดแสดงประวัติการผลิตช็อคโกแลต ที่น่าตื่นตาสุดเป็นส่วนของสายพานการผลิตขนมชื่อดังคือ Shiroi Koibito ที่ส่งขายทั่วโลก ทั้งโรงงานใช้คนไม่กี่คน ที่เหลือเป็นเครื่องจักรหมดเลย ชั้นบนๆมีแสดงการทำน้ำตาลปั้น กับคลาสทำคุกกี้ แน่นอนว่าเสียตังหนูเลยนั่งดูเค้าทำ แอร์เย็นๆชวนหลับ ณ จุดนี้คุณแม่ไม่ไหวแล้ว (ปวดเข่า) แพลนที่ว่าจะแวะ Odori ขากลับเลยต้องเลื่อนไป จะไปส่งแม่กลับโรงแรมที่ซัปโปโรก่อน

Japan Hokkaido Tokyo
มุมนี้อยู่ตรงลานจอดรถด้านหลัง

ถ้ากลับจาก Miyanosawa จะผ่านสถานี Odori สามารถออกทางออก 31 แล้วเดินไปชม Sapporo Clock Tower (札幌市時計台) ได้ เดินต่ออีกนิดไปตึกแดง ตึกที่ทำการรัฐบาลเก่าได้ (北海道庁旧本庁舎) (เดินเยอะไปไหม) เดินกลับก็มีสวนโอโดริ Odori Park ที่ชาวซัปโปโรมาแฮงก์เอ้าท์ยามเย็น มองเห็น Sapporo TV Tower ด้วย

Japan Hokkaido Tokyo
ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์
Japan Hokkaido Tokyo
หอนาฬิกา มีมุมถ่ายรูปด้านหลัง มีลุงใจดีคอยถ่ายให้ด้วย
Japan Hokkaido Tokyo
เดินต่อไปอีกนิดเป็นตึกแดง ทำเวลาไม่ดีมืดแล้วอ่า แงแง (ตอนสว่างจะสวยมาก)
Japan Hokkaido Tokyo
สวนโอโดริ รอบๆมีซ่อมปรับปรุง แต่ดอกไม้ยังสวย (กล้องโหมดหน้าเนียน ดีอะ!)
Japan Hokkaido Tokyo
คนนั่งชิลล์ อากาศดีอะ ลมเย็นๆ

Day 2

วันนี้แพลนว่าจะไปเมืองโอตารุ เมืองท่าติดทะเล เดินชมคลองและกินซูชิ เริ่มจากสถานีซัปโปโร นั่งรถไฟ 47 นาถีก็จะถึงสถานีโอตารุ วิ่งไปสร้างแลนด์มาร์คถ่ายรูปกับป้ายสถานีก่อนชาวบ้าน (คนมองแบบ “อีนี่นักท่องเที่ยวสุด” ก็มันเป็นป้ายเก่าแบบคลาสสิคมาก ใช่ไหมคะหนู?) ที่สถานีตกแต่งด้วยเครื่องแก้ว เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องแก้วด้วย จากหน้าสถานีเดินตรงออกไปเลยจะเป็นทางลงเขาที่เดินสบายๆ (ตอนเดินกลับต้องขึ้นเขานี่ปวดขา) จนถึงคลองโอตารุ Otaru Canal (小樽運河) บรรยากาศดีมีพื้นหลังเป็นโกดังเก่าที่ตอนนี้ทำเป็นร้านค้าร้านอาหารหมดแล้ว ตามทางมีขายจี้สลักชื่อกับงานศิลปะหัตถกรรมสวยๆ

Japan Hokkaido Tokyo
รอรถไฟนะแจ๊ะ
Japan Hokkaido Tokyo
โอ้ยอีนักท่องเที่ยว
Japan Hokkaido Tokyo
สถานีตกแต่งด้วยเครื่องแก้ว สมกับเป็นแหล่งเครื่องแก้ว
Japan Hokkaido Tokyo
มีระฆังให้ตีหน้าสถานี
Japan Hokkaido Tokyo
ทางเดินลงเนินไปคลองโอตารุ
Japan Hokkaido Tokyo
ชื่อภาพ: สวยริมคลอง
Japan Hokkaido Tokyo
รูปนี้ได้คนญี่ปุ่นถ่ายให้ เราถ่ายให้เค้าดิบดี นางถ่ายออกมาวิวแบบนี้คืออัลไล ซึมิมาเซนนนน
Japan Hokkaido Tokyo
วิธีเป็นนักท่องเที่ยว: ข้อหนึ่ง แต่งตัวให้ประหลาด
Japan Hokkaido Tokyo
ไอศกรีมเรนโบว์ทาวเวอร์ อร่อยทุกรส :yum:
Japan Hokkaido Tokyo
อีกมุมสวยๆ ถ่ายเอ็มวีแบบเหงาๆ

จากคลองเดินกันอีกหน่อย (จะนั่งแท็กซี่ก็ได้แต่หนูไม่รู้จะบอกเค้ายังไง) ไป Marchen Square ที่มีร้านกล่องดนตรีชื่อดัง Otaru Orgel Main Hall (小樽オルゴール堂本館) ระหว่างทางหนูโดนดักด้วยร้านขนมและร้านเครื่องแก้วอยู่หลายสเต็ป ทำให้เดินยังไงก็ไม่ถึงจุดหมายสักที ร้านไอศกรีมเอย ปลาหมึกเอย เครื่องแก้วเอย แวะกินเมล่อนเอย กว่าจะถึงก็อิ่มและของเต็มมือพอดี กล่องดนตรีมีมากมายกลายแบบ แบบขำๆที่เป็นซุชิก็มี ราคาก็พอสมควร และส่วนใหญ่เป็นเพลงญี่ปุ่นที่เราไม่เก็ต (ทำไมไม่มีเพลงหญิงลี?!) ชั้นสองชั้นสามมีสินค้านกฮูกกะแมวที่คุณแม่มาเสียตังเอาตรงนี้(นกฮูกกะแมวน่ารักจริง)

Japan Hokkaido Tokyo
โอ้ยน่ารัก
Japan Hokkaido Tokyo
มุ้งมิ้งๆ
Japan Hokkaido Tokyo
ถึงสักทีร้านกล่องดนตรี
Japan Hokkaido Tokyo
ตู้นาฬิกาที่ไม่มีคนถ่ายรูป
Japan Hokkaido Tokyo
กล่องดนตรีอย่างเยอะ ตาลาย
Japan Hokkaido Tokyo
ซูชิกล่องดนตรี ค่าพรีเซนเตอร์ฟรี
Japan Hokkaido Tokyo
ตึกข้างๆสามารถขึ้นไปชมวิวรอบๆได้

เสร็จแล้วแวะร้านเทพชีสเค้ก LeTAO ที่ระหว่างทางจากคลองมาที่ร้านกล่องดนตรีจะเจออย่างน้อยหนึ่งร้านแน่นอน (นางดักไว้สามสี่ร้าน ยังไงก็เจอ) แวะกินชีสเค้กเทพ Fromage Double Cheesecake ที่เป็น Best Seller ของเค้า สาขาที่หนูแวะจะมีคาเฟ่บนชั้นสอง นั่งจิบชากับชีสเค้กสวยๆพักเหนื่อยก่อนได้

Japan Hokkaido Tokyo
Fromage Double Cheesecake ของเด็ดของดังร้าน LeTAO
Japan Hokkaido Tokyo
ชาพีช และชีสเค้ก อร่อยฟิน
Japan Hokkaido Tokyo
ร้านขนม Kitakaro เลี้ยวเข้าไปสักหน่อย
Japan Hokkaido Tokyo
มีครีมพัฟน่ากิน อร่อยอีกแล้ว :yum:

เดินกลับมาที่คลองโอตารุเพื่อมากินซูชิร้านดัง (มีอีกสาขานึง) เข้าไปเขียนชื่อจองแล้วก็รอคิวค่ะ เมนูมีทั้งแบบเซตและแบบเป็นคำให้สั่ง แต่เพื่อนความง่ายเลยสั่งแบบเซต พอกินแล้วจะลืม ฟูจิ โออิชิที่บ้านเราไปเลย คืออะไร ไม่รู้จัก (แรดจริงๆ)

ร้านป้ายส้มๆ ตรงหัวมุมตรงข้ามกับคลอง
ร้านป้ายส้มๆ ตรงหัวมุมตรงข้ามกับคลอง
Japan Hokkaido Tokyo
ร้านอยู่ตรงข้ามจุดประชาสัมพันธ์คลองโอตารุ
Japan Hokkaido Tokyo
ราคานั้นไม่ใช่ประเด็น
Japan Hokkaido Tokyo
ของสดและคุณภาพดีกว่าที่บ้านเราเยอะ
Japan Hokkaido Tokyo
เซทนี้ดูครบเครื่องดี
Japan Hokkaido Tokyo
เต้าหู้ ทานกับเกลือป่น

เดินกลับทางเดิมไปสถานีโอตารุ (ทริปนี้ยึดคติ มาทางไหนให้กลับทางเดิม รับรองไม่มีหลง) กลับซัปโปโรไปแก้ตัวที่สวนโอโดริ (จริงๆแล้วพี่นางเธอจะไปช้อป) และมื้อเย็นจะฝากท้องไว้ที่ร้านราเมนสักร้านที่ตรอกราเมน จากสถานีซัปโปโร นั่งรถไฟใต้ดิน Namboku Line ไปสถานี Susukino Exit 5 ออกมาไปทางขวาจนถึงแยกแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามถนนไป

Japan Hokkaido Tokyo
ซอยแคบๆนะจ๊ะ ร้านหน้าสุดคือร้านดัง เต็มไปแล้วค่ะ
Japan Hokkaido Tokyo
พรีเซนเตอร์: เข้าไปชมด้านในกันค่ะ

ร้านดังร้านเทพที่หมายมั่นปั้นมือมากินจะอยู่ร้านแรกสุดเลย ร้าน Aji no karyu แต่หนูมีอ้นต้องรักคุดกับราเมนปูเพราะร้านมีคิวจองเต็มแล้ว แม้หนูจะตาดีเห็นที่ว่างก็ไม่สามารถ จุดนี้ร้องไห้แบบดาวพระสุกตอนเด็กสาว แล้วเดินหาร้านอื่น ด้วยความอินดี้ผีเข้าเลยเลือกร้านที่ไม่มีคน (คิดเองแบบพล็อตในหนังราเมนที่ร้านอร่อยมักจะโดนเมิน คนทำเป็นลุงแก่ๆแต่มากด้วยฝีมือตกทอดหลายสิบรุ่น พอตัวเอกเข้าไปกินเลยเจอราเมนเทพเปล่งแสงะมื่อเข้าปาก) ถึงไม่ดังแต่ก็อร่อยแถมให้เยอะจนกินไม่หมด ตั้งแต่มานี่ยังไม่เจอของไม่อร่อยเลย รอบๆสถานีจะเป็นแหล่งบันเทิงสำหรับคนทำงาน มีหนุ่มโฮสต์เต็มไปหมดแต่หน้าแบบนี้นะหรือ? หนูให้ร้อยเยนเป็นค่าแว๊กซ์กัยสเปรย์ใส่ผม ต้องชื่นชมในทรงผมจัดเต็มเจร็อคเจป๊อปจริงๆ

Japan Hokkaido Tokyo
ร้านนี้ละกันคุณ หิวแล้ว
Japan Hokkaido Tokyo
ชามนี้ต้องเอาเส้นจุ่มน้ำซุปก่อน
Japan Hokkaido Tokyo
หิวค่ะ
Japan Hokkaido Tokyo
สุดท้ายกินกันไม่หมด มีเกี๊ยวซ่าด้วย อร่อย

Day 3

วันนี้ต้องไปชมลาเวนเดอร์ตามแพลน รถไฟ Lavender Express จะออกจากซัปโปโร 9.05AM (เป็นรถด่วนพิเศษที่มีเฉพาะช่วงลาเวอเดอร์ ถ้าตกรถต้องไปนั่งรถธรรมดา) อาหารเช้าฝากไว้ที่ข้าวกล่องและขนมที่สถานี ใช้ตั๋วที่ซื้อวันแรกรถไฟนั่งยาวๆ เก้าอี้สบายอย่างกับเครื่องบิน 11.03AM ก็ถึงสถานีฟุราโนะ (Furano) แต่ว่ายังไม่ถึง เราต้องต่อรถไฟหวานเย็น Norokko Train ไปสถานีลาเวนเดอร์อีก รถไฟจะมาตอน 11.52AM พอดิบพอดี รถไฟเป็นแบบเปิด ชมวิวทิวทัศน์ท้องทุ่งได้เต็มที่ 12.14PM ก็จะถึงสถานี Lavender Farm จะเห็นฟาร์มอยู่ไม่ไกล แล้วต้องเดินเท้าอีกสิบห้านาทีเข้าไป

Japan Hokkaido Tokyo
อย่าได้ตกรถเชียวค่ะคุณ
Japan Hokkaido Tokyo
วิวขณะนั่ง Norokko Train รถไฟหวานเย็นให้เอ็นจอย
Japan Hokkaido Tokyo
แฮร่ ถึงแล้วว้้อยยยย (ไกลมากอะ)
Japan Hokkaido Tokyo
ป้ายบังคับ? ทำไมทุกคนต้องมาถ่าย หนูก็ตามน้ำค่ะ จริงๆไม่อะไรมาก
Japan Hokkaido Tokyo
อาาาาห์
Japan Hokkaido Tokyo
สวยค่ะ
Japan Hokkaido Tokyo
มุมบังคับ เป็นไม่กี่มุมที่ไม่เห็นคน แหมดูโล่ง
Japan Hokkaido Tokyo
ซื้อไอติมมาถ่ายรูป พอถึงตาหนูละลายเต็มมือแล้วค่ะ 😥
Japan Hokkaido Tokyo
ข้างบนไม่มีลาเวนเดอร์ละค่ะ คนเลยน้อย
Japan Hokkaido Tokyo
เมลอนผ่านครึ่ง โปะไอศกรีมเมลอนอีก หวานหอม
Japan Hokkaido Tokyo
หลังจากวิ่งเปิงเกือบตกรถไฟ ยังพอมีเวลาถ่ายรูป คุณลุงนายสถานีใจดีให้ยืมหมวกแถมถ่ายรูปให้ด้วย
Japan Hokkaido Tokyo
ทุ่งหญ้าข้างสถานี อากาศดี

ของกินที่คนต่อคิวกันคือขนมปังเมลอน (ไม่ได้ลอง) แต่เมลอนสดมันหวานหอมมาก ¥900 สามารถเพิ่มไอศกรีมโปะอีก ¥300 อร่อยฟิน ไอศกรีมลาเวนเดอร์ก็อร่อยแต่จะละลายเร็วมากเพราะอากาศร้อนจริงจัง ตรงนี้ใช้เวลาถ่ายรูปกับช้อปปิ้งเต็มที่จนเกือบตกรถไฟ หนูต้องลากแม่วิ่งกลับไปที่สถานีก่อน 2.22PM เพื่อขึ้นรถไฟไปสถานีบิเอ (Biei) หนูจะนั่งรถทัวร์รอบ 3.30PM ตามที่จองไว้แต่วันแรก

Japan Hokkaido Tokyo
จุดขึ้นรถทัวร์ อยู่หน้าสถานีเลยไม่ต้องไปไหนไกล

พอถึงบิเอก็รอรถทัวร์มารับ อะไรๆที่นี่ก็ตรงเวลาไปหมดไม่ต้องห่วงว่าแพลนจะเลท บนรถทัวร์จะมีไกด์คอยอธิบายเรื่องราวที่เห็นสองข้างทาง แต่มาในเวอร์ชั่นนิฮงโกะโนซับอิ้ง Twinkle Bus จะมีหลายเส้นทางทัวร์ให้เลือก แต่หนูเลือกเส้นทาง ฺB เพราะมีทุ่งดอกไม้ และให้เวลาพอสมควรในการเดินชม

Japan Hokkaido Tokyo
สวยกว่าที่โทมิตะอีกมั้งงงงง
Japan Hokkaido Tokyo
ดอกพันธุ์เดียวกันแต่สีมันเยอะมาก
Japan Hokkaido Tokyo
ตุ๊กตากองฟาง แลนด์มาร์กของที่นี่้
Japan Hokkaido Tokyo
สวนใหญ่นะครัช ลมแรงและฝุ่นปลิวตลอด

 

ขากลับต้องนั่งรถไฟกลับไปที่สถานี Asahikawa (สถานีใหญ่ ดูยังใหม่อยู่เลย) เพื่อต่อรถด่วนกลับซัปโปโร ณ จุดนี้เพลียหลับแบบยาวๆจนถึงปลายทางสุดท้ายฝากท้องไว้กับข้าวกล่องชั้นใต้ดินห้างไดมารูสถานีซัปโปโร อร่อยและถูกจริงๆ ยิ่งดึกก็จะยิ่งถูก คอนสังเกตพนักงานจะค่อยๆติดสติ๊กเกอร์ลดราคา ติดทับไปทับมาหลายรอบยิ่งถูก หนูหมดแพลนที่ฮอกไกโดแล้วค่ะ ที่จริงยังมีเมืองฮาโกะดาเตะที่เป็นแหล่งอาหารทะเลสดๆให้ไปเที่ยว กับเมืองโนโบริเบ็ทสึที่เป็นแหล่งบ่อน้ำพุร้อน แต่เราจะต้องไปช้อปปิ้งที่โตเกียวค่ะ ฝากไว้ก่อนแล้วจะกลับมาใหม่

Japan Hokkaido Tokyo
อาหารกล่องละลานตา เริ่มติดป้ายลดราคาละ

Day 4

วันนี้บินแต่เช้า JetStar เที่ยวบิน GK100 บิน 8.45AM ถึงนาริตะ 10.30AM แล้วเที่ยวต่อเลย ก่อนบินต้องอัญเชิญวิญญาณนักช้อปเข้าสิงค่ะ เพราะบางอย่างโดยเฉพาะขนม มีขายที่ฮอกไกโดเท่านั้น เช่น ชีสเค้กเทพ Snaffle’s, Shiroi Koibito (มีเยอะและหลายแบบ), มันฝรั่ง Jaga Pokkuru (มีเยอะมาก ที่อื่นอาจหมด), ขนมรสเมลอนต่างๆ, ตุ๊กตามาสคอต แค่เดินชิมก็เพลินแล้วค่ะ

พอถึงสนามบินนาริตะก็ต้องซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองที่จุดขายตั๋ว โปรตั๋วเข้าเมืองด้วยรถไฟ Keisei Skyliner แบบไปกลับ พร้อมบัตร Tokyo Subway สามวันราคา ¥2700 นางยังมีราคาอื่นๆอีกให้เลือกตามความเหมาะสม หนูได้ตั๋วสามใบ สองใบสำหรับไป-กลับสนามบินนาริตะโดยขบวน Skyliner (ตั๋วขากลับสนามบินจะต้องเอาไปแลกตั๋วจริงที่กำหนดเวลาอีกที) และอีกใบเป็นบัตรพลาสติกสำหรับใช้ Subway 3 วันในโตเกียว

Skyliner เข้าเมืองใช้เวลาแค่ 41 นาที จะไปโผล่ที่สถานีอุเอโนะ (Ueno) แล้วต่อรถไฟใต้ดินสายอะซากุสะ (Asakusa) ไปสถานี ทาวาระมาจิ (Tawaramachi) สามสถานีเองมั้ง โรงแรมของหนูอยู่ที่นั่นค่ะ Agora Place Asakusa :star::star::star: รูปจงไปดูในอโกดาเหมือนเดิมค่ะ จองผ่านอโกดาได้ราคาประหยัดมา โรงแรมสวยสะอาด ห้องดีมาก เตียงนุ่มนอนสบาย มีผ้าขนหนูและรองเท้าแตะให้ กับตู้เย็นจิ๋ว พวกแชมพูสบู่และอื่นๆ สามารถซื้อได้ที่เค้าเตอร์ตรงล๊อบบี้ แถมยังเก๋ตรงที่สามารถเช่าหมอนมุ้ง หมอนหนุนขา ดรายเยอร์ เครื่องทำกาแฟสด เครื่องอบไอน้ำหน้า เครื่องพ่นไอน้ำอโรมา เครื่องฟอกอากาศ ราคาตั้งแต่ ¥100-¥500 ต่อคืน เค้ามีคอนเซปต์ว่า Style your stay (โอ้ยเก๋อะ)

ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน (นางบอกบ่ายสามนะคะ) หนูเลยออกไปเที่ยวใกล้ๆก่อน ไปสถานีใต้ดินทาวาระมาจิไปสถานีอาซะกุสะค่ะ แวะกินเทมปุระร้านดัง (จากนี้ไปคือไปลอกทริปคนอื่นมา เหมือนๆกันหมด) แล้วไปต่อที่วัดอะซากุสะ หรือวัดเซนโจจิ (Senjoji Temple) ตรงนี้ไม่มีไรพิเศษค่ะ ตามธรรมเนียมต้องถ่ายรูปกับโคมแดง เข้าวัดจุดธูปดื่มน้ำ แล้วก็เซียมซี ขอเน้นไปที่ของกิน มีร้านขายเมลอนปังเทพอยู่แถวนี้ เห็นปุ๊ปรู้เลยว่าดัง เพราะคิวยาวเชียว ประมาณสิบนาทีก็ได้กินค่ะ เป็นจนมปังกลิ่นเมลอน ไม่มีไส้ หน้าหวานกรอบและตัวขนมปังนุ่ม อร่อยมากค่ะ (หรือหิวก็ไม่รู้) ต่อด้วยซาลาเปาทอดร้านดัง ไส้ถั่วแดงกับไส้ครีม อื้มมม อร่อย เสร็จแล้วล้างปากด้วย ชาเชียวเจ้าดัง อันนี้รสออกหวานเลยอะ ไม่เหมือนที่คิดไว้ (แต่ก็อร่อยดี)

เทมปุระร้อยปี ข้างในมีคิวพอสมควร
เทมปุระร้อยปี ข้างในมีคิวพอสมควร

 

Japan Hokkaido Tokyo
เครื่องเคียงเล็กน้อย เขียวๆคือเกลือ แล้สทำไมเขียว?
Japan Hokkaido Tokyo
เนื้อกุ้งเด้งมาก แป้งกรอบกำลังดี อร่อย :yum:
Japan Hokkaido Tokyo
วิชาภาพบังคับ 101: โคมแดง
Japan Hokkaido Tokyo
คิวเมลอนปัง ไม่ยาวแต่ก็นาน
พรีเซนเตอร์: ได้มาแล้ววว
พรีเซนเตอร์: ได้มาแล้ววว
Japan Hokkaido Tokyo
ซาลาเปาทอดเจ้านี้ค่ะ
Japan Hokkaido Tokyo
ปิดจ๊อบด้วยน้ำชาเขียว (หวาน)

ตึกข้อมูลนักท่องเที่ยวอยู่ตรงข้ามประตูวัด สามารถขึ้นไปจุดมวิวได้ จะมองเห็นโตเกียวสกายทรีอยู่ตรงโน้น เดินไปทางแม่น้ำจะมีมุมที่ถ่ายรูปตึกแล้วเห็นชัด ชมเสร็จหนูก็นั่งรถไฟใต้ดินไปสถานีโอชิอะเกะ (Oshiage) เชื่อมกับสกายทรีเลย แต่หนูไม่ได้ขึ้นไปยอดทาวเวอร์หรอกค่ะ เดินช้อปในห้างนี้ก็แฮปปี้หนี้บานเป็นที่พอใจแล้ว และมื้อเย็นที่ชั้นบนของห้าง หนูไปจบที่ร้านโอโคโนมิยากิแห่งนึง (อร่อยยยยยย)

Japan Hokkaido Tokyo
มุมถ่ายรูปริมแม่น้ำ เห็นทั้งตึกทอง ฟองเบียร์ และสกายทรี
Japan Hokkaido Tokyo
มุมแหงนจากใต้สกายทรี ยอดมันทะลุเมฆขึ้นไปอีกง่ะ

 

Day 5

วันนี้หนูจะไปช้อปที่ชิบูย่า ขุ่นแม่ขอพักเลยปล่อยทิ้งไว้ที่โรงแรม พร้อมกับข้าวที่ซื้อเตรียมไว้เมื่อคืน จากโรงแรมหนูสถานีทาวสระมาจิ (Tawaramachi) อยู่ใน Ginza Line สามารถนั่งตรงไปลงปลายทางที่ชิบูย่าได้เลยไม่ต้องเปลี่ยนสาย (แอบโชคดี) 30 นาทีก็ถึงชิบูย่าค่ะ คนเริ่มเยอะยิ่งตื่นเต้น แบบว่าเข้าเมืองแล้วอะไรงี้ (ที่ซัปโปโรคนไม่เยอะเลย) ตรงแยกชิบูย่ามีรูปปั้นน้องหมาฮาจิโกะ เป็นภาคบังคับที่หนูต้องไปถ่ายรูป เป้าหมายเช้านี้คือไปนั่งกินอาหารเช้าที่สตาร์บั๊กส์ที่ทำเลดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก แล้วจากนั้นเป็นกระบวนการชอปปิ้งตามรายการที่จดมา… ร้านที่ของเยอะๆนี่ช้อปมันส์มาก เครื่องสำอาง ยา สกินแคร์ มีเยอะและราคาถูก ยี่ห้อที่ดังๆในไทย ที่นี่จะถูกกว่าครึ่งนึง ของที่ว่าดีก็ซื้อมาลองให้หมด :heart_eyes:

Japan Hokkaido Tokyo
สตาร์บั๊กส์อยู่ตรงนั้น ที่นั่งที่ดีคือริมกระจกชั้นสอง
Japan Hokkaido Tokyo
วิวจากสตาร์บั๊กชั้นสอง ตอนถ่ายไม่รู้ว่าติดขอบกระจก แงแง 😥
Japan Hokkaido Tokyo
อย่าลืมไปหาน้องหมาฮาจิโกะ :dog:

ช้อปเสร็จก็กลับโรงแรมรับขุ่นหญิงแม่ออกไปเดินตลาดอาเมะโยโกะ (アメヤ横丁, Ameya Yokocho) อยู่ติดสถานีอุเอโนะ แหล่งของสด ของฝาก อาหาร และรองเท้า (ปลอมเป็นบางร้าน) เดินอยู่สองรอบ (เพราะหลงทิศ) พวกเครื่องสำอางในร้านขายยาจะแพงกว่าที่ชิบูย่านิดหน่อย (ทำการสำรวจราคาให้ปวดใจ) มีร้านทาโกะยากิเจ้าดัง กิงดาโกะ (ซึ่งมีในไทยนานแล้ว) ไหนๆก็มาถึงประเทศต้นตำรับที่แล้วก็สั่งทาโกะยากิแบบออริจินัล กับ ไทยากิ มาลอง โว้ยยยย ร้อนลวกปากค่ะ อร่อยจริงๆ (อ่านรีวิวพันทิปนางบอกอร่อยมากจนต้องเก็บไปฝัน เว่อร์อะ) อยากกินอีก ไทยากิก็เป็นแป้งเหมือนพาย ด้านนอกเป็นเงาๆเหมือนเคลือบน้ำตาล หวานแต่ก็อร่อย (อยากกินอีกทำไงวะคะ) (อัพเดท ไทยากิที่ว่าเข้าไทยมาแล้วชื่อ Croissant Taiyaki)

Japan Hokkaido Tokyo
เจอป้ายแสดงว่ามาถูกละ
Japan Hokkaido Tokyo
ช่วงเย็นๆคนก็เยอะอยู่ แต่พอสองทุ่มเค้าก็เริ่มเก็บร้านกันละ
Japan Hokkaido Tokyo
ของสดเค้าเรียงสวยน่ามองน่าซื้อ
Japan Hokkaido Tokyo
ทำเร็วๆหน่อย หนูหิว (ร้าน Gindako อันไร้ผู้คน)
Japan Hokkaido Tokyo
โฮกกกก หิววววว

Day 6

วันสุดท้ายหนูมีเวลาแค่ครึ่งวัน เพราะเที่ยวบินกลับตอน 5.25PM ดังนั้นพอมีเวลาไปเดินชินจูกุ (แบบรวบรัด) จากที่พักสถานี Tawaramachi (Ginza Line) ไปลงสถานี Ueno-Okachimachi แล้วเปลี่ยนเป็นสายโอเอโดะ (Oedo Line) ไปทางสถานี E01 Shinjuku-Nishigichi ทั้งหมดประมาณ 35 นาที เดินไปห้างทามาชิมายะ (Tamashimaya) ให้ขุ่นพี่ตามหาเสื้อ Comme des Garcons ที่หามาตั้งแต่ต้นทริปป่านนี้ยังไม่ได้ และกระเป๋า Bao Bao ของ Issey Miyake ที่แม่งหมดทุกร้าน เหลือร้านละใบ (หนูว่าคนไทยเหมาไปขายหมดละ คนญี่ปุ่นไม่เห็นมีใครจะหิ้วกัน) เดินกลับไปจากสถานีเดินไปพอสมควรจะถึงย่านชินจูกุ แต่ทำไมวันนี้หนูไปไม่ค่อยคึกคักเลยวะคะ (หรือเดินผิดฝั่ง หรือต้องมากลางคืน?) หลง เพราะไม่ได้เตรียมข้อมูลมาด้วย มื้อเที่ยงไปลงเอยที่ราเมนตู้กดชื่อดัง Ichiran Ramen (一蘭) ราเมนตู้กด+ทำข้อสอบ สาขาชินจูกุจะอยู่ชั้นใต้ดิน ลงไปก็เจอตู้กด ราเมนนั้นมีแบบเดียวเริ่มต้นที่ ¥790 สามารถเลือกเส้นรีฟิล เพิ่มไข่เพิ่มหมูเพิ่มสาหร่ายเพิ่มต้นหอม เพิ่มน้ำชา กดเสร็จจะได้ตั๋วเอาไปวางบนถาดที่โต๊ะ จากนั้นเริ่มทำข้อสอบค่ะ ตอนแรกข้อสอบเป็นภาษาญี่ปุ่น เหมือนเค้าจะรู้หนูสอบตกแน่ เลยเปลี่ยนกระดาษข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษให้ ทีนี้วงรัวๆเลยค่ะ เลือกความเข้มของรสชาติ (คนไทยเลือกสุดไปเลยค่ะ) เลือกความเผ็ด (เลือกเผ็ดสุดไปเลยค่ะ) ความแข็งของเส้น ใส่กระเทียมมากน้อย ความหนาของต้นหอม ความแข็งของเส้น หนูว่าครั้งแรกอาจจะกะไม่ถูกว่าอะไรคือพอดีสำหรับเรา แต่ไม่ควรทิ้งดิ่งตรงกลางเพราะอาจจะไม่ถูกปากคนไทย เสร็จแล้วกดปุ่มเรียกพนักงาน แปปนึงนางจะมาเสริฟแล้วปิดม่านไป น้ำเปล่ามีก๊อกให้กดใส่แก้วฟรีด้วย ระหว่างกินจะได้ยินเสียงกลอง ตึ่ง ตึ่งๆๆ แล้วพนักงานจะขานรับพร้อมกัน “อิรัชชัยมาเสะะะะ” เลยสงสัยว่าตอนหนูเข้ามาเค้าตะโกนด้วยรึเปล่า? ราเมนที่กินมาที่นี่อร่อยสุดแล้วมั้ง (ใช่สิทั้งทริปกินอยู่สองร้าน) พูดแล้วก็อยากกินอีก :yum: ได้เวลาต้องกลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรมแล้วไปสนามบินแล้ว (มาทางไหนกลับทางนั้นค่ะ ไม่หลง) 😥

Japan Hokkaido Tokyo
กดตั๋วเสร็จก็ได้เวลาทำข้อสอบ :confused:
Japan Hokkaido Tokyo
ถ้าทำข้อสอบได้ดีก็จะได้กินอย่างเอร็ดอร่อย :stuck_out_tongue_closed_eyes:

ของฝากในสนามบินนาริตะก็เยอะและมาจากทั่วญี่ปุ่น เงินเยนเงินเหรียญเหลือเท่าไหร่ใช้ให้หมดตรงนี้ไปเลย คิตแคทที่เห็นมีรสชาเขียว สตอว์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก (เหมือนชื่อรายการปัญญาอ่อนช่องสาม) กับรสถั่วแดง ถึงเวลากลับบ้านด้วยกระเป๋าน้ำหนัก 59.8 กิโล ลากกันปวดเมื่อย ขากลับบิน Thai Airways TG677 ออกจากนาริตะ 5.25PM ถึงสุวรรณภูมิ 9.55PM เพิ่งรู้ตอนถึงกรุงเทพว่า ฮั่นเดอะสตาร์ บินกลับมาลำเดียวกัน เพราะเห็นแฟนคลับมารับ (โหยเที่ยงคืนกลับบ้านเถอะหนู) พูดมากไม่ได้เดี๋ยวโดนแฟนคลับฮั่นมาถล่มเว็บ อิอิ เป็นอันจบทริป

ขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้ค่ะ (ใครให้หล่อนสรุป?)

  1. ถ้าไปเป็นหมู่คณะ ควรเช่า Pocket Wifi จะคุ้มค่ากว่าเพราะ Unlimit Data แต่ข้อเสียคือตำแหน่งบนกูเกิ้ลแมพจะอัพเดทช้า ไม่ค่อยตรง และบางทีผิดทิศทำให้เดินผิดทาง
  2. ไม่เอา Pocket Wifi ก็มีซิมนักท่องเที่ยวของ  b-mobile ที่ใช้เน็ตได้อย่างเดียว (โทรไม่ได้) มีสองดาต้าแพลนให้เลือก ส่งซิมที่สนามบินหรือที่โรงแรมก็ได้ (www.bmobile.ne.jp/english)
  3. ควรคำนวณค่ารถไฟคร่าวๆไว้ก่อน แล้วเทียบกับราคา Pass แบบไหนคุ้มก็เอาแบบนั้น (เช็คค่ารถไฟจาก www.hyperdia.com)
  4. เว็บข้อมูลท่องเที่ยวทุ่งลาเวนเดอร์ ช่วยชีวิตไว้มาก ให้เช็ควิธีการเดินทาง และโปรตั๋วรถไฟได้ (www.lavenderfurano.com)
  5. หน้าร้อนที่ฮอกไกโดร้อน เที่ยงวันประมาณ 29ºc มีลมเย็นๆพัดตลอด แดดแรงตัวดำ พกหมวกหรือร่มไปทุ่งลาเวนเดอร์จะดีมาก
  6. ควรแพลนฮอกไดโดสักห้าวันเต็ม จะได้เที่ยวครบทุกอย่างมากกว่านี้
  7. สามารถไปหาที่พักเพื่อค้างคืนที่ฟุราโนะได้ รอบๆนั่นมีทุ่งดอกไม้เยอะ เช่ารถ ขี่จักรยานรอบๆได้
  8. ขนมชื่อดังของฝากทั้งหลายควรซื้อที่สนามบิน ราคาเท่ากันกับข้างนอก จะได้ไม่ลำบาก
  9. บิเอมีที่เที่ยวเยอะกว่านั้น ถ้ามีเวลาควรไปหนึ่งวันเต็ม
  10. พนักงานร้านต่างๆส่วนใหญ่ฟังอังกฤษได้ แต่พูดไม่ค่อยได้ แต่เค้าพยายามสื่อสารกับเราอย่างดี
  11. ร้านเครื่องสำอางในโตเกียว แม้ว่าจะร้านชื่อเดียวกัน แต่สาขาอื่นราคาจะไม่เท่ากัน ร้านถูกสุดที่เจอชื่อร้าน Plum Cosmetics (ป้ายฟ้าๆ) ที่ชิบูย่า ซื้อเสร็จแล้วมาเจอร้านนี้ถึงกับเซ็ง :unamused:
  12. บินตรงไปฮอกไกโดจากกรุงเทพมีแค่การบินไทย ถ้ายังแข็งแรงทนเหนื่อยไหวก็ควรเลือกทางที่ประหยัดกว่า

Comments